แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ก.พ.ค. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ก.พ.ค. แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2553

"มานิต"เซ็นตั้งรองปลัดมท.สอบมติก.พ.ค.3ประเด็น "บุญจง"ปัดข่าวซื้อขายตำแหน่ง เปิดชื่อ41นอภ.แห้ว

วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เวลา 12:32:00 น.  มติชนออนไลน์


"มานิต"เซ็นตั้งรองปลัดมท.สอบมติก.พ.ค.3ประเด็น "บุญจง"ปัดข่าวซื้อขายตำแหน่ง เปิดชื่อ41นอภ.แห้ว

เผย รายชื่อ 41 นายอำเภอ ส่อ"กินแห้ว" กก.พิทักษ์ระบบคุณธรรม มีมติให้มหาดไทยยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง "มานิต"เซ็นตั้งรองปลัดมท.ปธ.สอบมติก.พ.ค.3 ประเด็น ก่อนเพิกถอนคำสั่งตั้ง 41 นอภ. "บุญจง" ปัดข่าวซื้อขายตำแหน่ง อ้างข่าวปล่อยจากคนอกหักในมท.


"บุญจง"ปัดข่าวซื้อขายตำแหน่งนอภ. อ้างข่าวปล่อยจากคนอกหัก

 

ที่รัฐสภา นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีมติให้นายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภอ ประเภทอำนวยการระดับสูง ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ จำนวน 41 ราย ตามคำสั่ง มท.ที่ 28/2553 ลงวันที่ 15 มกราคม 2553 ว่า ภายหลังทราบมติก.พ.ค. นายมานิตได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการคัดเลือกและบรรจุนาย อำเภอ 41 รายเรียบร้อยแล้ว โดยมีนายวิบูลย์ สงวนพงษ์ รองปลัดมท. เป็นประธาน เพื่อพิจารณาตรวจสอบมติก.พ.ค. ที่ชี้ความผิดปกติออกมาใน 3 ประเด็น ทั้งนี้การตรวจสอบดังกล่าวต้องทำโดยเร็วและต้องแล้วเสร็จก่อนการแต่งตั้งโยก ย้ายครั้งใหญ่ในเดือนตุลาคมนี้

ผู้สื่อข่าวถาม ว่า ก.พ.ค. สั่งให้ปลัดมท. เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้ง 41 นายอำเภอ แต่ปลัดมท.  กลับแต่งตั้งรองปลัดมท. ขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้อีก ถือเป็นการตรวจสอบตัวเองและจะมีผลหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า เหตุที่ต้องตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบเพื่อดูข้อเท็จจริงเป็นรายประเด็น และดูว่าควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร เช่น นายอำเภอ ทั้ง 41 รายที่ได้รับเลื่อนขึ้นมาเป็นระดับ 9 ควรต้องกลับไปอยู่ในระดับ 8 เหมือนเดิมหรือไม่ มันมีประเด็นปลีกย่อยมากมาย ก่อนจะเพิกถอนคำสั่งต้องดูรายละเอียดก่อน ไม่ใช่พอสั่งมาปุ๊บต้องดำเนินการทันที


ส่วนกรณีที่ นายกรัฐมนตรีสั่งให้ทุกกระทรวงดูแลการแต่งตั้งโยกย้ายให้เป็นธรรม แต่มักปรากฏข่าวการซื้อขายตำแหน่งขึ้นในกระทรวงมหาดไทยนั้น นายบุญจงกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงใหญ่ มีข้าราชการจำนวนมาก เวลาแต่งตั้งแต่ละครั้ง คนผิดหวังก็คงออกมาให้ข่าวเรื่องการเรียกรับเงิน ซึ่งต้องดูแต่ละครั้งว่ามีหลักฐานหรือไม่ หรือพูดกล่าวหาลอยๆ เหมือนกรณีการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าในการแต่งตั้งของมท. ที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามระเบียบก.พ. และทำทำอย่างด้วยความโปร่งใสและรอบคอบ


เมื่อถามว่า การพูดของนายกฯ ถือเป็นการกดดันและตีกรอบการทำงานเกินไปหรือไม่ รมช. มหาดไทยกล่าวว่า คงไม่ใช่ ไม่ถือเป็นการตีกรอบอะไร แต่นายกฯ อาจห่วงใยในฐานะผู้นำรัฐบาล ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้เราเกิดความรอบคอบ



จากกรณีที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ที่ให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภอ ประเภทอำนวยการระดับสูง ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ จำนวน 41 ราย  ตามคำสั่ง มท.ที่ 28/2553 ลงวันที่ 15 มกราคม 2553 แต่นายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กลับออกมาส่งสัญญาณอาจไม่ปฏิบัติตามมติ ก.พ.ค. ที่จะให้ยกเลิกให้เหตุผลว่าไม่ใช่เรื่องร้ายแรงถึงขั้นต้องยกเลิกคำสั่งนั้น

นายศราวุธ เมนะเศวต ประธาน ก.พ.ค.กล่าวว่า มติ ก.พ.ค.ที่ออกมาเกิดจากการร้องทุกข์ของข้าราชการรายหนึ่ง ซึ่งตามมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ระบุว่าเมื่อ ก.พ.ค.วินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ประการใดแล้ว ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม ปลัดกระทรวง รัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือนายกรัฐมนตรี ดำเนินการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค. ดังนั้น เมื่อ ก.พ.ค.มีมติให้เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภอ 41 คน ปลัด มท.จึงต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อถามว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีสิทธิไม่ปฏิบัติตามมติ ก.พ.ค.หรือไม่

นายศราวุธกล่าวว่า มีสิทธิหรือไม่มีสิทธิขึ้นอยู่กับกฎหมาย ถ้าดูกฎหมายแล้วพบว่าไม่มีสิทธิ ก.พ.ค.วินิจฉัยอย่างไร ต้องปฏิบัติตามนั้น   ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผู้บังคับบัญชาไม่ปฏิบัติตามมติ ก.พ.ค. จะมีความผิดอย่างไร นาย
ศราวุธกล่าวว่า ตามกฎหมายไม่ได้ระบุโทษเอาไว้ แต่ผู้ร้องทุกข์สามารถใช้สิทธิฟ้องร้องได้ แต่ ก.พ.ค.ไม่ได้กำหนดว่าการเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวต้องแล้วเสร็จภายในกี่วัน เนื่องจากมีกระบวนการภายในของกระทรวงมหาดไทยที่ต้องสะสาง


สำหรับรายชื่อ นายอำเภอ ประเภทอำนวยการระดับสูง ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ จำนวน 41 รายมีรายชื่อ ดังนี้

1.นายวุฒิชัย เสาวโกมุท ผู้อำนวยการกอง กองการเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง เป็น ผู้ตรวจราชการกรม กรมการปกครอง 2.นายวิวัฒน์ ฉันทนานุรักษ์ เจ้าพนักงานปกครอง ส่วนยุทธการและการข่าวสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดนกรมการปกครอง เป็น ผู้ตรวจราชการกรมกรมการปกครอง 3.นายไมตรี ไตรติลานันท์ เจ้าพนักงานปกครองส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย 2 สำนักการสอบสวนและนิติการ เป็น ผู้อำนวยการสำนัก สำนักกิจการความมั่นคงภายในกรมการปกครอง 4.นายจักรพงษ์ เปี่ยมเมตตา นายอำเภอ(นอภ.)บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เป็น นอภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 5.นายชัยณรงค์ บุญวิวัฒนาการ นอภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็น นอภ.พาน จ.เชียงราย

6.นายชัยวัฒน์ สารสมบัติ นอภ.เด่นชัย จ.แพร่ เป็น นอภ.วังทอง จ.พิษณุโลก 7.นายชาคร วัฒนสินธุ์ นอภ.บ้านหมอ จ.สระบุรี เป็น นอภ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี 8.นายฐานิต พรหมทอง นอภ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เป็น นอภ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี 9.นายฐานุพงศ์ เจริญสุรภิรมย์ นอภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เป็น นอภ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย 10.นายดำรงชัย เนรมิตลกพงศ์ นอภ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เป็น นอภ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์

11.นายทวีชัย พลายชุมพล นอภ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เป็น นอภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี 12.นายนิพันธ์ ศิริธร นอภ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เป็น นอภ.เมืองตรัง จ.ตรัง 13.นายบรรเจิด อนุเวช นอภ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เป็น นอภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง 14.นายบัณฑิต สงวนพวก นอภ.เซกา จ.หนองคาย เป็น นอภ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ 15.นายประจวบ แสงสุวรรณ นอภ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็น นอภ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี

16.นายประดิษฐ์ ยมานันท์ เจ้าพนักงานปกครองส่วนอำนวยความเป็นธรรมสำนักการสอบสวนและนิติการกรมการ ปกครอง เป็น นอภ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 17.นายปิยิน ตลับนาค นอภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เป็น นอภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น 18.นายพินิจ เธียรธวัช นอภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น นอภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา 19.นายพิภพ บุญธรรม นอภ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เป็น นอภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี 20.นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ นอภ.ด่านซ้าย จ.เลย เป็น นอภ.เชียงคาน จ.เลย

21.นายไพศาล ตรีธัญญา นอภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เป็น นอภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี 22.นายภวัต เลิศมุกดา นอภ.คลองใหญ่ จ.ตราด เป็น นอภ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 23.นายภาณุวัฒน์ เจนประเสริฐ นอภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เป็น นอภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 24.นายภาสกร บุญญลักษม์ นอภ.บางกรวย จ.นนทบุรี เป็น นอภ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 25.นายมนตรี ชัยกาญจนกิจ นอภ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เป็น นอภ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง

26.นายราชิต สุดพุ่ม นอภ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช เป็น นอภ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช 27.นายเลิศพรไชย ไชยฤทธิ์ นอภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็น นอภ.บึงกาฬ จ.หนองคาย 28.นายวัชเรนทร์ สืบสิทธิ์ นอภ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เป็น นอภ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร 29.นายวิรัต อสัมภินาวงศ์ นอภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เป็น นอภ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี 30.นายวิโรจน์ ทัฬหะวาสน์ นอภ.สทิงพระ จ.สงขลา เป็น นอภ.ระโนด จ.สงขลา

31.นายศรัทธา คชพลายุกต์ นอภ.เสาไห้ จ.สระบุรี เป็น นอภ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี 32.นายศุภชัย โพชนุกูล นอภ.เขาพนม จ.กระบี่ เป็น นอภ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 33.นายสมชาย บำรุงทรัพย์ นอภ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เป็น นอภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 34.นายสมชาย อนะวัชกุล นอภ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เป็น นอภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง 35.นายสมบูรณ์ ศิริเวช นอภ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็น นอภ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี

36.นายสมพิศ หาญณรงค์ นอภ.นาหม่อม จ.สงขลา เป็น นอภ.เมืองสตูล จ.สตูล 37.นายสมหวัง รุ่งตระกูลชัย นอภ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ เป็น นอภ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี 38.นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม นักทรัพยากรบุคคลโรงเรียนข้าราชการฝ่ายปกครองวิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง เป็น นอภ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี 39.นายสันติชัย คงเถลิงศิริวัฒนา นอภ.สังขะ จ.สุรินทร์ เป็น นอภ.ปราสาท จ.สุรินทร์ 40.นายสุรชัย วัฒนาอุดมชัย นอภ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เป็น นอภ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม 41.นายอภิสรรค์ สง่าศรี นอภ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม เป็น นอภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ


รายงานข่าวจากกลุ่ม 41 นายอำเภอที่ได้รับแต่งตั้งตาม คำสั่งที่ 28/2553 ที่ ก.พ.ค.มีมติให้ กระทรวงมหาดไทยยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ระบุว่า ได้คุยในกลุ่มนายอำเภอที่ได้รับการแต่งตั้งพร้อมกัน และเห็นว่า หากยกเลิกคำสั่งจริง คงต้องฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้การคุ้มครอง เนื่องจากกฎของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นผู้กำหนดให้ในการสรรหาหรือคัดเลือกข้าราชการขึ้นสู่ตำแหน่งให้คำนึงถึง ลำดับอาวุโสเป็นสิ่งสุดท้าย และกำหนดให้ข้าราชการที่อยู่ในตำแหน่งครบ 1 ปี มีโอกาสได้รับการพิจารณาในการขึ้นสู่ตำแหน่งถัดไป ดังนั้น หาก ก.พ.ค.พิจารณาลำดับอาวุโสเป็นหลัก เท่ากับว่าปฏิบัติขัดต่อกฎ ก.พ. จึงจำเป็นที่จะต้องฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อความเป็นธรรมให้กับพวกตน

เปิด"คำวินิจฉัย" หลักเกณฑ์แต่งตั้ง"พิลึก" ! ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภอ

วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เวลา 15:30:15 น.  มติชนออนไลน์

เปิด"คำวินิจฉัย" หลักเกณฑ์แต่งตั้ง"พิลึก" ! ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภอ


คำวินิจฉัยของคณะ กรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ที่ให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภอ ประเภทอำนวยการระดับสูง ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ตามคำสั่ง มท.ที่ 28/2553 ลงวันที่ 15 มกราคม 2553


ที่ ก.พ.ค.มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 นั้น

เอกสารทั้งหมด 57 หน้า โดยหน้าแรกได้บอกผู้ร้อง คือ นายประกาศิต มหาสิงห์ และคู่กรณีในการร้องทุกข์ คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ในรายละเอียด คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ได้วินิจฉัย โดยมีเนื้อหาบางตอนที่น่าสนใจดังนี้

- คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการพลเรือนขึ้นดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง กระทรวงมหาดไทย ได้มีมติเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2552 กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเลื่อนขึ้นดำรง ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ของทุกกรมในกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ 2553 ประกอบด้วย

ก.องค์ประกอบด้านประวัติรับราชการ 50 คะแนน พิจารณาจาก วันเข้าตำแหน่งอำนวยการต้น 30 คะแนน อัตราเงินเดือนปัจจุบัน 10 คะแนน อายุราชการ 10 คะแนน

ข.องค์ประกอบด้านความรู้ ความสามารถ 50 คะแนน พิจารณาจาก การประเมินการปฏิบัติงานของผู้บังคับบัญชา 10 คะแนน ผลงานดีเด่น ย้อนหลัง 5 ปี 15 คะแนน ข้อเสนอเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ในตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง 15 คะแนน และสัมภาษณ์ 10 คะแนน

ปรากฏว่ากรมการปกครอง กำหนดรายละประเมิน ดังนี้

0ประวัติการรับราชการ 50 คะแนน พิจารณาจาก

1.ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง 30 คะแนน คำนวณช่วงคะแนน ดังนี้

1.1) 11 ปีขึ้นไป คิดเป็น 30 คะแนน ปรากฏว่ามีผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอนานถึง 17 ปี (11-17 ปี มีช่วงห่าง 6 ปี)

1.2) 8-10 ปีกว่า แต่ไม่ถึง 11 ปี (ช่วงห่าง 3 ปี) คิดเป็น 29.5 คะแนน

1.3) 6-7 ปีกว่า แต่ไม่ถึง 9 ปี (ห่างกัน 2 ปี) คิดเป็น 29 คะแนน

1.4) 4 -5 ปีกว่า แต่ไม่ถึง 6 ปี (ห่างกัน 2 ปี) คิดเป็น 28.5 คะแนน

1.5) 1-3 ปีกว่า แต่ไม่ถึง 4 ปี (ห่างกัน 3 ปี) คิดเป็น 28 คะแนน

ก.พ.ค. เห็นว่า ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งนายอำเภอหรืออำนวยการระดับต้น 30 คะแนนนี้มีช่วงห่างของคะแนนเพียง 2 คะแนนเท่านั้น ทั้งที่ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายอำเภอหรือผู้อำนวยการระดับต้นต่างกันมาก ถึง 17 ปี

2.อัตราเงินเดือน 10 คะแนน ให้น้ำหนักคะแนน ดังนี้

2.1) ขั้นที่ 23-24 คิดเป็น 10 คะแนน

2.2) ขั้นที่ 21.5-22.5 คิดเป็น 9.5 คะแนน

2.3) ขั้นที่ 20-21 คิดเป็น 9 คะแนน

2.4) ขั้นที่ 18.5-19.5 คิดเป็น 8.5 คะแนน

2.5) ขั้นที่ 17-18 คิดเป็น 8 คะแนน

2.6) ขั้นที่ 15.5-16.5 คิดเป็น 7.5 คะแนน

2.7) ขั้นที่ 14-15 คิดเป็น 7.0 คะแนน

2.8) ขั้นที่ 12.5-13.5 คิดเป็น 6.5 คะแนน

สำหรับในส่วนของอัตราเงินเดือนนี้ มีช่วงห่างของคะแนน 3.5 คะแนน

3.อายุราชการ 10 คะแนน แบ่งเป็น

3.1) 33 ปีขึ้นปี คิดเป็น 10 คะแนน

3.2) 28-32 ปีกว่าแต่ไม่ถึง 33 ปี คิดเป็น 9.5 คะแนน

3.3) 23-27 ปีกว่าแต่ไม่ถึง 28 ปี คิดเป็น 9 คะแนน

3.4) 17-21 ปีกว่าแต่ไม่ถึง 23 ปี คิดเป็น 8.5 คะแนน

สำหรับในส่วนอายุราชการนี้มีช่วงว่างของคะแนน 1.5 คะแนน

ก.พ.ค. วินิจฉัยว่า เกิดผลคะแนนที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่มีอายุราชการมากกว่า และเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้มีอายุราชการน้อยกว่าที่มีคะแนนประเมินเท่ากับผู้ ที่มีอายุราชการมากกว่า เพราะช่วงการให้คะแนนเรื่องอายุราชการผู้เข้ารับการประเมินมีช่วงแคบเพียง 8.5-10 คะแนน จึงไม่เหมาะสม ไม่เป็นธรรม มีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้บุคคลบางราย เป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

นอก จากนี้ ยังพบว่าน้ำหนักคะแนนจะอยู่ในส่วนของประวัติการรับราชการเพียง 1 ใน 3 แต่อยู่ในด้านความรู้ความสามารถมากถึง 2 ใน 3 เป็นการไม่ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ฝ่ายปกครองกำหนดไว้ล่วงหน้าคือ 50:50 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ทำให้เกิดผลในทางที่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้เข้ารับการประเมินบางราย ที่มีประวัติการรับราชการที่อาวุโสน้อย อันเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้ที่อาวุโสมาก

ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบผลคะแนนระหว่างประวัติการรับราชการ กับคะแนนความรู้ความสามารถทั้งสองส่วนแล้ว ทำให้เห็นได้ว่ามีค่าน้ำหนักในผลการประเมินไม่เท่ากัน ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการคัดเลือก นั่นคือ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาวุโสน้อย (ตำแหน่งว่าง 46 ตำแหน่ง แต่มีผู้อาวุโสที่อยู่ใน 46 ลำดับแรกได้การคัดเลือกเพียง 5 คน)

ยกตัวอย่าง บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเป็นอันดับที่ 1 อาวุโสตามบัญชีกรมการปกครอง ได้จัดไว้เป็นลำดับที่ 81

บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเป็นอันดับที่ 2 มีอาวุโสตามบัญชีที่กรมการปกครองจัดทำไว้เป็นลำดับที่ 327

บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเป็นอันดับที่ 3 มีอาวุโสตามบัญชีกรมการปกครองจัดทำไว้เป็นลำดับที่ 329 เป็นต้น

สำหรับผู้ร้อง คือ นายประกาศิต มหาสิงห์ มีอาวุโสอยู่ในลำดับที่ 4 ได้รับคัดเลือกเป็นอันดับที่ 107

กรณี ดังกล่าวจึงไม่เป็นกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรม และเอื้อให้แก่ผู้เข้ารับการประเมินบางรายที่มีประวัติการรับราชการที่ อาวุโสน้อย

ต้องขอยืมคำพูด นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยอีกที "เห็นบัญชีแต่งตั้งเช่นนี้ ไม่ต้องเอาสมองคิด แค่เอาเท้าคิด ก็รู้ว่าไม่เป็นธรรมแล้ว ทุเรศที่สุด"